ณ อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรต้องเผชิญกับวงจรน้ำท่วมสลับภัยแล้งซ้ำซากแทบทุกปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ กฐิน แสงมี เลือกที่จะไม่รอความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่อาสาเข้ามาทำหน้าที่ “อาสาสมัครชลประทาน” เป็นสะพานเชื่อมระหว่างกรมชลประทานกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การทำงานของเธอยกระดับไปอีกขั้นเมื่อได้ร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) โครงการนี้ช่วยเติมเต็มศักยภาพให้กฐินสามารถนำข้อมูลสภาพอากาศสมัยใหม่มาผสานกับภูมิปัญญาเดิม ทำให้ชุมชนสามารถวางแผนปฏิทินการเพาะปลูกหลบเลี่ยงช่วงวิกฤตได้อย่างแม่นยำ เปลี่ยนจากการตั้งรับปัญหาเฉพาะหน้า เป็นการปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว
“การร่วมมือกับ UN ช่วยให้เกษตรกรยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป” ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือความมั่นคงที่จับต้องได้ เกษตรกรสามารถรักษาผลผลิตและมีรายได้ต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน สำหรับกฐิน ความสำเร็จนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าคนในพื้นที่มีศักยภาพในการจัดการปัญหาด้วยตนเอง หากมีข้อมูลที่ถูกต้องและนำมาใช้ได้จริง
“โครงการนี้ทำให้เห็นว่าชุมชนปรับตัวได้ถ้ารู้ทันข้อมูล” กฐินกล่าว “สำหรับเกษตรกร น้ำคือต้นทุนสำคัญที่สุด เมื่อเราบริหารจัดการน้ำได้ ก็เท่ากับเราบริหารรายได้และความเป็นอยู่ของครอบครัวได้ด้วยตัวเอง”