ข่าวประชาสัมพันธ์

ผนึกกำลังสร้างความยืดหยุ่นทางประชากร: กำหนดทิศทางแผนการทำงาน 5 ปี (2570–2574) ของ UNFPA มุ่งยกระดับทุนมนุษย์ด้วยสิทธิทางเลือกเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน

10 มีนาคม 2026

‎ 

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: 25 กุมภาพันธ์ 2569 – กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดการประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในรูปแบบไฮบริด (Hybrid Meeting) ณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อนำเสนอร่างแผนงานระดับประเทศ ฉบับที่ 13 (UNFPA Thailand 13th Country Programme Document 2027–2031: CPD13) การประชุมครั้งนี้เป็นการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางประชากรของประเทศไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยมีผู้แทนจาก 28 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม (CSOs) สถาบันการศึกษา ตัวแทนเด็กและเยาวชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตโครงสร้างประชากร ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดและอัตราการเกิดที่ต่ำกว่าร้อยละ 1 การประชุมครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการปรับบทบาทของ UNFPA ประเทศไทย สู่การให้คำปรึกษาเชิงนโยบาย และการใช้ข้อมูลอัจฉริยะทางประชากรเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้อย่างยั่งยืน

ภาพ: © UNFPA Thailand

คุณสิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNFPA in Thailand) ได้เน้นย้ำถึงทิศทางของร่างแผนงาน CPD13 ที่มุ่งสนับสนุนประเทศไทยให้มีความยืดหยุ่นทางประชากรผ่านแนวทางการพัฒนาชีวิตทุกช่วงวัย (Life-cycle approach) โดยระบุว่าวิสัยทัศน์ของแผนงานใหม่คือ "การสร้างความยืดหยุ่นทางประชากรด้วยสิทธิและทางเลือกผ่านแนวทางวงจรชีวิตสำหรับประชากรทั้งในปัจจุบันและอนาคต" พร้อมอธิบายถึงการปรับเปลี่ยนบทบาทขององค์กรว่า "แผนงานใหม่นี้จะปรับเปลี่ยนจากการสนับสนุนการบริการโดยตรง ไปสู่การให้คำปรึกษาเชิงนโยบาย (Upstream policy advice) การใช้ข้อมูลอัจฉริยะทางประชากร และการสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่ยั่งยืน" นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเชิงลึก (Demographic Intelligence) เพื่อการตัดสินใจ  "UNFPA มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาข้อมูลอัจฉริยะทางประชากรที่มีคุณภาพสูงและการวิเคราะห์ภาพอนาคต (Foresight) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจระดับชาติ"

ภาพ: © UNFPA Thailand

คุณวรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้นำเสนอทิศทางของร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยระบุว่า “ต้องเรียนว่าขณะนี้เราอยู่ในวิกฤตโครงสร้างประชากรจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นค่า TFR ที่ต่ำกว่า 1 หรือจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงจากหลักล้านเหลือเพียงประมาณ 4 แสนคน” พร้อมเน้นย้ำยุทธศาสตร์ “ซ่อมและเสริมรากฐาน สร้างอนาคต” เพื่อยกระดับผลิตภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง: "เรามุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อซ่อมและเสริมรากฐานเดิมที่เปราะบาง พร้อมไปกับการสร้างอนาคตใหม่"

ภาพ: © UNFPA Thailand

ข้อเสนอแนะสำคัญจากการประชุม: ที่ประชุมได้เสนอแนะให้บูรณาการนโยบายประชากรเข้ากับความมั่นคงทางเศรษฐกิจผ่านข้อมูลอัจฉริยะ (NTA) พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือที่ยืดหยุ่นระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อระดมทรัพยากรและนวัตกรรม รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ดูแลกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม. นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายที่จะยกระดับสถานะของประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ ดังที่ คุณสิริลักษณ์ เชียงว่อง ได้ระบุไว้ว่า: “เราต้องการวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ระดับภูมิภาคเพื่อความร่วมมือแบบใต้-ใต้ และไตรภาคี (South-South and Triangular Cooperation หรือ SSTC) เพื่อแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ร่วมกับประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกันนี้”

การประชุมในครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดให้ทุกภาคส่วนได้สะท้อนมุมมอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าก้าวต่อไปจะร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่ UNFPA Thailand

ภาพ: © UNFPA Thailand
ภาพ: © UNFPA Thailand
ภาพ: © UNFPA Thailand
ภาพ: © UNFPA Thailand
ภาพ: © UNFPA Thailand
ภาพ: © UNFPA Thailand

องค์กรของสหประชาชาติที่มีส่วนร่วมในโครงการนี้

UNFPA
กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ

เป้าหมายที่เราสนับสนุนผ่านโครงการริเริ่มนี้