ประเทศไทย-UN ผลักดันเยาวชน ศูนย์กลางการพัฒนา-ความร่วมมือพหุภาคี
กรุงเทพฯ 22 มิถุนายน 2569 - ในวาระครบรอบ 80 ปีการเป็นสมาชิกสหประชาชาติ ประเทศไทยเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคี ภายใต้แนวทางคำมั่นเพื่ออนาคต (Pact for the Future) พร้อมผลักดันเยาวชนและอนุชนรุ่นหลังเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาที่ยั่งยืนและการรับมือกับความท้าทายในวันข้างหน้า อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวต่อผู้นำเยาวชนกว่า 300 คนในการประชุม “80 Years of Thailand and the UN: Country Level Engagement on Pact for the Future Implementation” ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ ที่รัฐบาลไทยและสหประชาชาติร่วมเป็นเจ้าภาพ ว่า วาระครบรอบ 80 ปีเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนแปดทศวรรษแห่งความร่วมมือ พร้อมมองไปข้างหน้าสู่ความท้าทายและโอกาสที่เยาวชนและอนุชนรุ่นหลังต้องเผชิญ
"ตลอด 80 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่แน่วแน่ของสหประชาชาติในการส่งเสริมสันติภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การจะนำเจตนารมณ์ของ 'คำมั่นเพื่ออนาคต' ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องอาศัยความร่วมมือที่เชื่อมโยงวาระระดับโลก เข้ากับการดำเนินงานในระดับพื้นที่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีบทบาทอย่างมีความหมายในการร่วมกำหนดอนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุม และพร้อมรับมือกับความท้าทายในวันข้างหน้า" นายเชษฐพันธ์ กล่าว
นางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย แสดงความยินดีกับวาระสำคัญนี้ พร้อมเน้นย้ำถึงคุณค่าของความร่วมมือพหุภาคีในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก ตลอดจนสนับสนุนให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหประชาชาติในก้าวต่อไป
"ความเป็นหุ้นส่วนตลอด 80 ปีระหว่างประเทศไทยกับสหประชาชาติ เป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่างประเทศและความมุ่งมั่นร่วมกันเพื่อความก้าวหน้า แต่อนาคตจากนี้คือสิ่งที่เราต้องกำหนดร่วมกัน การผลักดันพันธกรณีระดับโลกให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม จะต้องอาศัยความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งจากทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และชุมชน และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องอาศัยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นผู้นำของเยาวชน" นางมิเกลล่า กล่าว
นายเธมบา กาลัว ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนคำมั่นเพื่ออนาคต สำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ นำเสนอภาพรวมความก้าวหน้าการดำเนินงานในระดับโลกของคำมั่นฯ และภาคผนวก ได้แก่ คำมั่นด้านดิจิทัลระดับโลก (Global Digital Compact) และปฏิญญาว่าด้วยอนุชนรุ่นหลัง (Declaration on Future Generations) พร้อมย้ำพันธกิจของคำมั่นฯ ในการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินโดยคำนึงถึงคนรุ่นหลัง และการผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้สอดคล้องกับวาระของประเทศ
"การตัดสินใจของเราในวันนี้ไม่ได้กระทบแค่คนที่อยู่ในห้องนี้ แต่ยังกำหนดอนาคตของโลกที่คนรุ่นหลังจะได้รับสืบทอดไป" นายเธมบา กล่าว "เยาวชนคือผู้ที่มีบทบาทในวันนี้ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อการกำหนดอนาคตของพวกเขาเองและของสังคมด้วย"
การประชุมนี้ จัดขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศ สหประชาชาติในประเทศไทย และสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ รวบรวมตัวแทนเยาวชน ผู้กำหนดนโยบาย ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย โดยนางหลิน หยาง รองเลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: UN ESCAP) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมเน้นย้ำบทบาทของความร่วมมือระดับภูมิภาคและการมีส่วนร่วมของเยาวชน ภายในงาน มีการจัดเวทีเสวนาแนะแนวอาชีพทางการทูต นิทรรศการของกรมองค์การระหว่างประเทศและกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (Thailand International Cooperation Agency: TICA) รวมถึงการนำเสนอโครงการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนจากหน่วยงานสหประชาชาติ ได้แก่ International Organization for Migration (IOM), United Nations Development Programme (UNDP), United Nations Human Settlements Programme (UN-HABITAT), United Nations Children’s Fund (UNICEF) และ United Nations Volunteers (UNV)
นับตั้งแต่เข้าร่วมสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2489 ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านสันติภาพ ความมั่นคง การพัฒนา และงานด้านมนุษยธรรม ปัจจุบัน กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในที่ตั้งของสำนักงานสหประชาชาติที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก